ลิขิตรักสามพันปี (Love of Thousand Years)

ลิขิตรักสามพันปี (Love of Thousand Years)

ลิขิตรักสามพันปี (Love of Thousand Years) ดัดแปลงจากนิยายเรื่อง “ซานเชียนยาซา” (三千鸦杀 / The Killing of Three Thousand Crows) ของ “สือซื่อหลาง” เนื้อหากล่าวถึงตำนานรักในสมัยบรรพกาลระหว่างซ่างเซียน* นาม “ฟู่จิ่วอวิ๋น” กับองค์หญิงสูงศักดิ์แห่งอาณาจักรหลี (ต้าหลี) เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นหลังจาก “เสนาซ้าย” แห่งต้าหลีแอบสมคบคิดกับอาณาจักรศัตรูอย่าง “เทียนหยวน” เป็นเหตุให้อาณาจักรหลีล่มสลาย ราชวงศ์ถูกกวาดล้าง เซียนหนุ่มฟู่จิ่วอวิ๋นรู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจึงแอบช่วยชีวิต “ตี้หนี่ว์”* แห่งต้าหลีทั้งที่เป็นการทำผิดกฏสวรรค์ เพราะเธอคือหญิงสาวในภาพวาดที่เขาตกหลุมรักและเฝ้าตามหามานานนับพันปี

หลังแผ่นดินสูญสิ้นเพราะทัพปีศาจของเทียนหยวน ตี้หนี่ว์แห่งต้าหลีต้องการแก้แค้นให้ราษฎรและครอบครัวจึงหมายมั่นว่าจะหาตะเกียงวิญญาณโบราณมากำจัดจิตวิญญาณปีศาจให้สูญสิ้น เพื่อการนี้เธอจำต้องแปลงโฉมเป็นสาวใช้คนสนิทที่พลีชีพเพื่อปกป้องเธอ ก่อนขึ้นไปตามหาตะเกียงวิญญาณบนเขาเซียงฉวี่ในฐานะหญิงรับใช้ของสำนักเซียน ณ ที่นั่นเธอได้พบเซียนหนุ่ม “ฟู่จิ่วอวิ๋น” และตกหลุมรักกัน แต่แล้วโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอพบว่าจิ่วอวิ๋นคือไส้ตะเกียง หากเธอจุดตะเกียงวิญญาณดังที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้น ไม่เพียงตัวเธอที่ต้องสังเวยชีวิต แม้แต่จิ่วอวิ๋นเองก็จะพลอยสูญสลายหายไปด้วย เพื่อปกป้องผู้คนจากปีศาจทั้งคู่ต่างยินดีที่จะสละชีวิตของตน

เซียนหนุ่ม “ฟู่จิ่วอวิ๋น” ลาก “เหมยซานจวิน” ผู้เป็นสหายมาชมภาพวาดของตนใต้ต้นท้อ ซานจวินนึกว่าจิ่วอวิ๋นจะอวดผลงานที่วาดเองกับมือเลยบ่นว่าพาตนมาดูภาพวาดอีกทำไม เขาออกตัวว่าตนเมานิดหน่อยแต่ก็ยอมพิจารณาภาพวาดที่อยู่ตรงหน้า จากนั้นจึงบรรยายสิ่งที่เห็นเป็นบทกวี (เขาเห็นภาพเหตุการณ์เหมือนกำลังชมภาพยนตร์) ในภาพมีสาวชุดแดงคนหนึ่งลั่นกลองรบท่ามกลางหิมะโปรยปรายอย่างอ่อนแรง แม้ข้าศึกกำลังดาหน้าฝ่าหิมะและซากศพของเหล่าทหารเข้ามาหาเธอ แต่เธอยังคงตีกลองรบอย่างไม่ลดละ… ซานจวินรู้ว่าภาพวาดที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ผลงานของจิ่วอวิ๋น จิ่วอวิ๋นยอมรับและกล่าวว่าอาจารย์มอบภาพนี้ให้ตนก่อนตาย ตนเฝ้ามองภาพนี้มาหนึ่งพันปีแล้วแต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

ภาพตัดกลับไปที่เหตุการณ์ในภาพวาด ทหารที่เหลือรอดไม่ถึงสิบนาย (ซึ่งล้วนอ่อนแรงและบาดเจ็บ ซ้ำยังอายุน้อย) มองข้าศึกนับร้อยเดินมาหาพวกตนอย่างสิ้นหวัง ครั้นได้ยินเสียงกลองรบทุกคนจึงหยิบดาบแล้วพยายามยันกายลุกขึ้นหมายสู้ตาย สุดท้ายก็ถูกสังหารจนหมดสิ้น หลังจากนั้นสาวชุดแดงซึ่งเป็นคนสุดท้ายที่รอดชีวิตจึงหันไปเผชิญหน้ากับศัตรูอย่างกล้าหาญ ซานจวินชี้ว่าศึกสงครามเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในแดนมนุษย์ ไม่เห็นมีอะไรน่าชมเลยสักนิด แต่ทว่าสิ่งที่จิ่วอวิ๋นสนใจและเฝ้าดูหาใช่ภาพการทำศึกสงคราม เขาบอกซานจวินว่าเมื่อวานตนเพิ่งพบ ‘นาง’ (สาวชุดแดง) ในแดนมนุษย์ หลังสู้อุตส่าห์ตามหานางมานานถึงหนึ่งพันปี

ขณะที่ในวังกำลังจัดเตรียมงานฉลองวันประสูติของพระมเหสี เสนาซ้ายซึ่งอยู่ในห้องบูชาปีศาจแอบใช้เวทมนตร์ส่งแผนที่ต้าหลีให้ศัตรูของบ้านเมืองอย่าง “ลี่เยวียน” (องค์ชายใหญ่แห่งอาณาจักรเทียนหยวน ซึ่งอยู่หน้าแท่นบูชาปีศาจเช่นกัน) ครั้นได้แผนที่แล้วลี่เยวียนจึงเตรียมเคลื่อนทัพบุกโจมตีและยึดราชธานีของต้าหลี อีกด้านหนึ่ง จิ่วอวิ๋นกับซานจวินได้สวมรอยเป็นขุนนางแล้วเข้าไปร่วมงานเฉลิมฉลองในวัง หลังโดนปรามาสว่า ‘ดูไม่จืด’ เยี่ยนเยี่ยนจึงจัดเต็มทั้งเสื้อผ้าหน้าผมก่อนออกมาบรรเลงผีผาและร่ายรำ การแสดงของเยี่ยนเยี่ยนเป็นที่ตื่นตาตื่นใจของเหล่าผู้ชม (รวมทั้งจิ่วอวิ๋น) ซานจวินถึงกับเอ่ยปากชมและบอกจิ่วอวิ๋นว่าเขาแพ้เธอราบคาบ ครั้นถึงครึ่งเพลงหลังซึ่งมีการแก้ไขท่วงทำนอง จิ่วอวิ๋นรู้สึกโกรธที่เยี่ยนเยี่ยนถือวิสาสะแก้ไขผลงานตน ซานจวินเห็นจิ่วอวิ๋นทำท่าเหมือนจะลุกไปโวยเลยพยายามเตือนให้เขาทำใจร่มๆ ด้วยเกรงว่าฐานะพวกตนจะเปิดเผย หลังทนดูจนจบจิ่วอวิ๋นคิดจะดื่มสุราแก้กลุ้มแต่แล้วก็วางแก้วและเดินออกจากงานอย่างหงุดหงิด ซานจวินเลยต้องรีบตามไปด้วยความเสียดาย (ยังไม่ได้ทานอาหารที่เพิ่งถูกยกมาวางตรงหน้า)

ซานจวินพยายามเตือนสติจิ่วอวิ๋นโดยบอกให้ปล่อยวางทั้งในเรื่องทิฐิและความรัก เขาหยิบยกเรื่องที่ตนเคยรักสตรีนางหนึ่งในแดนมนุษย์ (แต่เธอมีคู่หมั้นคู่หมายอยู่ก่อนแล้ว) มากล่าวอ้าง โดยบอกว่าตอนนั้นจิ่วอวิ๋นพยายามห้ามตนและเป็นคนพูดเองว่า สามโลกแตกต่าง มนุษย์อยู่ส่วนมนุษย์ เซียนอยู่ส่วนเซียน ไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน แล้วเหตุใดตอนนี้จิ่วอวิ๋นถึงตบะแตกเพราะสาวน้อยที่โง่เขลาทั้งๆ ที่สู้อุตส่าห์บำเพ็ญตนมานานนับหมื่นปี จิ่วอวิ๋นอ้างว่าตนก็แค่ไม่ชอบสุราที่นี่ ซานจวินเลยชวนจิ่วอวิ๋นไปร่ำสุราที่อื่น ศิษย์พี่ของซานจวิน (อาจารย์ของเยี่ยนเยี่ยน) มาดักรอจิ่วอวิ๋นที่หน้างานเลี้ยง เขาขอให้จิ่วอวิ๋นหยุดเพียงเท่านี้เพราะ ‘ตี้หนี่ว์’ (เยี่ยนเยี่ยน) ยังเยาว์วัย เขากล่าวว่าจิ่วอวิ๋นเป็นซ่างเซียนจึงควรอยู่ในแดนเซียน ไม่ควรแทรกแซงโลกมนุษย์ และขออย่าได้ใช้เล่ห์กลต่างๆ เพราะชะตาชีวิตของตี้หนี่ว์ได้ถูกลิขิตเอาไว้แล้ว จิ่วอวิ๋นควรปล่อยให้ชีวิตเธอเป็นไปตามชะตาฟ้าลิขิต หากละเมิดกฎสวรรค์ตัวจิ่วอวิ๋นเองก็ยากที่จะหลีกหนีเคราะห์กรรม จิ่วอวิ๋นฟังแล้วได้แต่ยิ้มและส่ายหัว ถึงกระนั้นเขาก็ฝากภาพวาดไปให้เยี่ยนเยี่ยนและรับปากว่านับจากนี้ตนจะไม่เข้าไปวุ่นวายกับเธออีก

คืนเดียวกันนั้น ลี่เยวียนและเหล่าสมุนได้ลอบสังหารทหารที่ประจำอยู่ตามป้อมต่างๆ รอบเมืองหลวงของต้าหลี จากนั้นจึงเตรียมบุกโจมตีเมืองหลวงทันที เช้าวันรุ่งขึ้นเยี่ยนเยี่ยนได้รับภาพวาดพร้อมจดหมายของจิ่วอวิ๋น ครั้นเห็นภาพวาดเยี่ยนเยี่ยนก็รู้สึกพึงพอใจ เธอจึงตั้งใจว่าจะลอบออกนอกวังตามลำพังเพื่อนำภาพดังกล่าวไปให้จื่อเฉิน ในเวลาเดียวกันนั้นเสนาซ้าย (ซึ่งแกล้งป่วยต่อหน้าลูก) ได้ไหว้วานให้จื่อเฉินไปสวดมนต์ขอพรที่วัดแทนตน หลังส่งจื่อเฉินขึ้นรถม้าเขาก็สั่งให้สมุนปิดประตูและลั่นดานให้แน่นหนาทันที เยี่ยนเยี่ยนปลอมตัวเป็นผู้ชายแล้วลอบออกจากวังตามลำพัง เธอมุ่งหน้าไปที่บ้านจื่อเฉินและเดินสวนกับรถม้าโดยไม่รู้ว่าคนที่นั่งอยู่ภายในคือจื่อเฉิน

เสนาซ้ายร่ายมนตร์เรียกทหารปีศาจของอาณาจักรเทียนหยวนมาช่วยงานใหญ่ เมื่อเยี่ยนเยี่ยนมาถึงบ้านจื่อเฉินแล้วพบว่าประตูบ้านปิดแน่นหนา เธอจึงคิดที่จะปีนกำแพงเข้าไป จิ่วอวิ๋นกับซานจวินคอยจับตาดูเยี่ยนเยี่ยนอยู่ห่างๆ ซานจวินไม่อยากเชื่อว่าเยี่ยนเยี่ยนคือสตรีในภาพวาดเพราะเธอมีวาสนาได้เกิดมาเป็นราชนิกูล ผิดกับสตรีที่อยู่ในภาพวาดของจิ่วอวิ๋นซึ่งอับโชคยิ่งนัก เขาเตือนจิ่วอวิ๋นว่าอย่าแทรกแซงแดนมนุษย์และให้ตัดใจจากเยี่ยนเยี่ยน แต่ทว่าตัวเองเพิ่งโดนคนรักของนางในดวงใจ (หญิงสาวในโลกมนุษย์) ทำร้ายร่างกายมาหมาดๆ (รอบดวงตาข้างหนึ่งของซานจวินมีรอยช้ำคล้ายโดนต่อย) ซานจวินอ้างว่าตนแค่ไม่อยากใช้อิทธิฤทธิ์เซียนในแดนมนุษย์เลยต่อสู้กันอย่างยุติธรรม ไม่เหมือนจิ่วอวิ๋นที่เดิมพันกับมนุษย์แล้วยังพ่ายแพ้ จิ่วอวิ๋นแย้งว่าคนที่แพ้คือ ‘คุณชายฉี’ ไม่ใช่ ‘ฟู่จิ่วอวิ๋น’ ซานจวินเลยสวนกลับว่าเลิกหลอกตัวเองได้แล้ว เยี่ยนเยี่ยนพยายามปีนกำแพงเข้าไปในบ้านของจื่อเฉิน แต่ยังไม่ทันข้ามพ้นรั้วเธอก็เห็นกับตาว่าเสนาซ้าย (ซึ่งสวมเสื้อเกราะและไม่ได้ป่วยจริง) กำลังเดินออกจากห้องพร้อมทหารปีศาจของอาณาจักรเทียนหยวน